
ทรัมป์เรียกร้องเฟดลดดอกเบี้ย 2-3% พร้อมเสนอเปลี่ยนประธานเฟดก่อนครบวาระ date_range 26 มิ.ย. 2025
ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2–3 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยอ้างว่า การลดดอกเบี้ยดังกล่าวสามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลกลางได้สูงถึง 800,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
เหตุผลเบื้องหลังคำเรียกร้องของทรัมป์
ทรัมป์มองว่าดอกเบี้ยปัจจุบันเป็นภาระทางงบประมาณ
อดีตประธานาธิบดีให้เหตุผลว่า ระดับดอกเบี้ยปัจจุบันกำลังเพิ่มภาระดอกเบี้ยในงบประมาณของรัฐบาลกลาง และการลดดอกเบี้ยสามารถช่วยประหยัดงบประมาณรายปีได้อย่างมีนัยสำคัญ
การเปรียบเทียบกับธนาคารกลางยุโรป
ทรัมป์ชี้ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้มีการปรับลดดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่อง โดยรวมแล้วมากถึง 10 ครั้ง ขณะที่เฟดยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแม้แต่ครั้งเดียวในปี 2025
ข้อเสนอเปลี่ยนประธานเฟด
การวิจารณ์การทำงานของเจอโรม พาวเวลล์
ทรัมป์กล่าวถึงเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบันว่า “ล้มเหลวในการบริหารนโยบายการเงิน” และแนะนำให้สภาคองเกรสดำเนินการพิจารณาการเปลี่ยนตัวประธานเฟดก่อนครบวาระ
บริบทของข้อเสนอ
ในฐานะผู้มีบทบาทในสนามการเมือง ทรัมป์อาจมองว่าการควบคุมนโยบายดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเร่งฟื้นเศรษฐกิจและสนับสนุนมาตรการทางการคลังที่เขาวางแผนไว้ หากกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ปฏิกิริยาของเฟดและความเคลื่อนไหวล่าสุด
การแถลงต่อสภาคองเกรสของเจอโรม พาวเวลล์
การออกมาแสดงความเห็นของทรัมป์เกิดขึ้นไม่นานก่อนที่พาวเวลล์จะให้การต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่สอง ซึ่งพาวเวลล์ได้กล่าวว่า เฟดยังไม่เห็น “ข้อมูลสนับสนุนเพียงพอ” ที่จะปรับลดดอกเบี้ย และยังต้องติดตามความเสี่ยงจากนโยบายเศรษฐกิจชุดใหม่อย่างใกล้ชิด
ปัจจัยที่เฟดใช้ประกอบการตัดสินใจ
-
อัตราเงินเฟ้อ (CPI, PCE)
-
ตลาดแรงงาน
-
ความเสี่ยงจากนโยบายภาษีและการใช้จ่ายของรัฐบาล
ผลกระทบที่เป็นไปได้ต่อเศรษฐกิจและการลงทุน
แนวโน้มตลาดตราสารหนี้
การลดดอกเบี้ยหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้ราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น และลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลกลาง
ผลต่อเงินเฟ้อและค่าเงินดอลลาร์
การปรับลดดอกเบี้ยอาจทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งอาจมีผลต่อการนำเข้าและอัตราเงินเฟ้อในระยะกลาง
ทิศทางของตลาดหุ้น
ภาคส่วนที่ได้ประโยชน์ ได้แก่
-
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์
-
กลุ่มผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
-
กลุ่มเทคโนโลยีที่ใช้ leverage สูง
ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ความไม่แน่นอนทางนโยบาย
การแทรกแซงเฟดจากฝ่ายการเมืองอาจทำให้ตลาดขาดความเชื่อมั่นต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
ความผันผวนระยะสั้น
ตลาดการเงินอาจมีความผันผวนมากขึ้น หากมีความชัดเจนว่ามีความพยายามเปลี่ยนตัวประธานเฟดจริงก่อนครบวาระ
บทสรุป
ข้อเสนอของโดนัลด์ ทรัมป์ในการลดอัตราดอกเบี้ยลง 2–3% และการเสนอให้เปลี่ยนประธานเฟด อาจสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อความชะลอของนโยบายการเงินในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรประเมินประเด็นนี้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอัตราเงินเฟ้อ เสถียรภาพของระบบการเงิน และความน่าเชื่อถือของนโยบายเศรษฐกิจโดยรวม



