
ร่างกฎหมายภาษีของทรัมป์ผ่านคณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎร เตรียมลงคะแนนสัปดาห์นี้: ผลกระทบต่อการลงทุน date_range 19 พ.ค. 2025
การอนุมัติร่างกฎหมายภาษีของทรัมป์
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2025 คณะกรรมการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้อนุมัติร่างกฎหมายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยคะแนนเสียง 17 ต่อ 16 แม้จะมีการคัดค้านจากสมาชิกพรรครีพับลิกันสายอนุรักษ์นิยมบางส่วน ร่างกฎหมายนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายการลดภาษีจากปี 2017 ลดภาษีสำหรับรายได้จากทิปและค่าล่วงเวลา เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ และสนับสนุนการควบคุมการเข้าเมือง
การจัดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ ถูกลดลง
เพียงไม่กี่วันก่อนการอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว Moody's ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ จาก Aaa เป็น Aa1 โดยอ้างถึงหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นและการขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้น Moody's คาดการณ์ว่าหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 134% ของ GDP ภายในปี 2035 .
ผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน
1. ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการคลัง
การอนุมัติร่างกฎหมายภาษีที่อาจเพิ่มหนี้สาธารณะ ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลังของสหรัฐฯ การลดอันดับเครดิตโดย Moody's ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนนี้.
2. ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
หลังจากการลดอันดับเครดิต ดัชนี Dow Jones Futures และ S&P 500 Futures ลดลง 0.9% และ 0.6% ตามลำดับ . การลดอันดับเครดิตอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐและเอกชนสูงขึ้น.
3. ความเสี่ยงด้านการลงทุนระหว่างประเทศ
การลดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติพิจารณาลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น ทองคำ หรือพันธบัตรของประเทศที่มีอันดับเครดิตสูงกว่า.
4. ผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
ความไม่แน่นอนทางการคลังและการลดอันดับเครดิตอาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับดอลลาร์สหรัฐฯ.
5. โอกาสและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุน
แม้ว่าการลดอันดับเครดิตจะเพิ่มความเสี่ยง แต่ก็อาจเปิดโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน.
สรุป
การอนุมัติร่างกฎหมายภาษีของทรัมป์และการลดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ โดย Moody's สะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางการคลังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในระยะสั้นและระยะยาว นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป.



