กลยุทธ์จัดพอร์ตเมื่อ USD สั่นคลอน: รับมือค่าเงินผันผวนด้วยแนวทางการลงทุนที่มั่นคง
7 มิ.ย. 2025

ในปี 2025 นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาความเคลื่อนไหวของ ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเผชิญความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ ปัญหาเพดานหนี้ หรือกระแส “De-dollarization” ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดคำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนว่า: ควรจัดพอร์ตการลงทุนอย่างไรเพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน?


ทำไม USD ถึงสั่นคลอน?

สกุลเงินดอลลาร์เคยถูกมองว่าเป็นสกุลเงินหลักของโลก มีความน่าเชื่อถือสูง และใช้กันอย่างแพร่หลายในธุรกรรมระหว่างประเทศ แต่ในช่วงหลัง USD ต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น:

  • นโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ ที่แข็งกร้าวในยุคประธานาธิบดีทรัมป์ เช่น การขึ้นภาษีศุลกากรกับประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะจีน

  • ข่าวลือเกี่ยวกับ Mar-a-Lago Accord ที่มีเป้าหมายลดค่าเงินดอลลาร์เพื่อกระตุ้นการส่งออก

  • เพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังจะถึงจุดสูงสุด และการออกพันธบัตรจำนวนมากในไตรมาสหน้า

  • Moody’s ปรับลดอันดับเครดิต จาก AAA เหลือ AA1 จากความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ


ดิจิทัลหยวนกับความพยายามลดบทบาทดอลลาร์

จีนเดินหน้าผลักดันการใช้ “ดิจิทัลหยวน” ผ่านระบบ CIPS เพื่อทดแทนการใช้ SWIFT ในการโอนเงินข้ามประเทศ ซึ่งอิง USD เป็นหลัก แม้การเปลี่ยนแปลงจะยังไม่แพร่หลายนอกจีน แต่ถือเป็นสัญญาณว่าโลกกำลัง “ค่อยๆ ลดพึ่งพาดอลลาร์” มากขึ้นเรื่อยๆ


USD ยังเป็นสกุลเงินหลักอยู่หรือไม่?

แม้จะเผชิญกับกระแสกดดัน แต่ USD ยังครองส่วนแบ่งกว่า 49% ของธุรกรรมทั่วโลก เพิ่มจาก 42% เมื่อปี 2022 ตรงข้ามกับเงินยูโร (EUR) ที่สัดส่วนลดลงเหลือเพียง 22% แสดงให้เห็นว่าดอลลาร์ยังคงแข็งแกร่งในเชิงโครงสร้าง แต่แนวโน้มระยะยาวเริ่มสั่นคลอน


แนวโน้มดัชนีดอลลาร์ (DXY) และมุมมองตลาด

UOB Research และธนาคารระดับโลกคาดว่า ดัชนี DXY อาจอ่อนค่าลงต่อเนื่องในปี 2025 จากระดับ 98 อาจร่วงแตะระดับ 96.9 หากธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดดอกเบี้ย 2–3 ครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากการชะลอตัว


กลยุทธ์จัดพอร์ตเมื่อ USD สั่นคลอน

1. เพิ่มน้ำหนักในตราสารหนี้ Investment Grade

การลงทุนในพันธบัตรจากบริษัทชั้นนำ เช่น Microsoft, Amazon หรือแม้แต่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังถือว่าให้ผลตอบแทนที่มั่นคง และมีความเสี่ยงต่ำในช่วงตลาดผันผวน โดยสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น:

  • กองทุน UGIS (ลงทุนใน PIMCO GIS Income Fund)

  • Offshore Bonds ในบริษัทระดับโลก

2. เลือกหุ้นปันผลที่มั่นคง

หุ้นที่มีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ มักเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแรง เหมาะกับการสร้างรายได้ระยะยาว เช่น:

  • กองทุน KFGDIV (ลงทุนใน Fidelity Funds – Global Dividend Fund)

  • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการเงินในสหรัฐฯ และยุโรป

3. ถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ทองคำคือสินทรัพย์ปลอดภัยที่ตอบสนองได้ดีต่อความไม่แน่นอน โดยคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2025 จะสูงถึง:

  • ไตรมาส 3: $3,400/oz

  • ไตรมาส 4: $3,500/oz

  • ต้นปี 2026: $3,600/oz

การลงทุนทำได้ผ่านกองทุน SCBGOLD, SCBGOLDH หรือกองทุน Pictet Physical Gold


สำหรับนักลงทุน Forex: ปรับกลยุทธ์อย่างไรดี?

ในช่วงที่ USD ผันผวนสูง นักลงทุนในตลาด Forex ควรใช้กลยุทธ์ที่อิงข้อมูลเศรษฐกิจจริง เช่น:

  • จับตาการประชุม FOMC ทุกไตรมาส

  • ดูตัวเลข Non-Farm Payroll (NFP), อัตราเงินเฟ้อ (CPI), และ GDP

  • ใช้เครื่องมือ Hedging Currency เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ควรเน้นคู่เงินที่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามทิศทางเศรษฐกิจโลก เช่น USD/JPY, EUR/USD, หรือ XAU/USD (ทองคำ)


สรุป: กระจายความเสี่ยงคือหัวใจของพอร์ตในยุค USD ผันผวน

ในภาวะที่ค่าเงินหลักของโลกอ่อนแอ การพึ่งพา USD เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอีกต่อไป

กลยุทธ์จัดพอร์ตเมื่อ USD สั่นคลอน คือการสร้างสมดุลระหว่างตราสารหนี้ หุ้นปันผล และทองคำ พร้อมใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงค่าเงินสำหรับผู้ลงทุน Forex การวางแผนล่วงหน้าและติดตามข่าวสารเศรษฐกิจเป็นประจำ จะช่วยให้คุณไม่เพียงแค่ “รอด” แต่ยัง “โต” ได้ในยุคแห่งความไม่แน่นอนนี้